Microsoft อัปเดตสิงหาคม 2026 แก้ CVE-2026-68820 ที่พบโจมตีจริง
ผู้ใช้ Windows และผู้ดูแลระบบควรเร่งติดตั้งแพตช์ที่ตรงรุ่น เพราะ Microsoft ยืนยันการใช้ช่องโหว่เพิ่มสิทธิ์โจมตีจริง
สรุปใน 1 นาที
- อาการ/ปัญหา
- ช่องโหว่ในไดรเวอร์ WinSock เปิดทางให้ผู้โจมตีที่มีบัญชีในเครื่องเพิ่มสิทธิ์เป็น SYSTEM และพบการใช้โจมตีจริงแล้ว
- ใครควรอ่าน
- ผู้ใช้ทั่วไป ผู้ดูแลระบบ และนักพัฒนาที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Microsoft ซึ่งอยู่ในรายการได้รับผลกระทบ
- ทางแก้แบบสั้น
- ติดตั้งอัปเดตที่ตรงผลิตภัณฑ์และรุ่น รีสตาร์ตตามที่แพตช์กำหนด และตรวจว่า Defender Engine อัปเดตสำเร็จ
พอดีไล่ฟีดเจอ August 2026 Security Updates ของ Microsoft ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2026 ครอบคลุม 457 CVE ทั้ง Windows, Office, Exchange Server, SharePoint Server, Edge, Azure, Defender และเครื่องมือพัฒนา จุดเร่งด่วนคือ CVE-2026-68820 ที่พบการใช้โจมตีจริง บทความนี้อ้างอิงประกาศฉบับปรับปรุงถึง 2 พฤศจิกายน 2026
ใครต้องทำอะไร
- ผู้ใช้ทั่วไป: หากใช้ Windows หรือแอป Microsoft ที่อยู่ในรายการ ให้ติดตั้งอัปเดตที่ตรงรุ่นและรีสตาร์ตโดยเร็ว
- ผู้ดูแลระบบ: เร่งตรวจและติดตั้งแพตช์ Windows Server รวมถึงผลิตภัณฑ์ Microsoft ที่ให้บริการอยู่ พร้อมทดสอบบริการหลังอัปเดต
- นักพัฒนา: ตรวจรายการของ .NET, PowerShell และ Visual Studio ที่ใช้งาน แล้วอัปเดตรุ่นที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว
เกิดอะไรขึ้น
CVE-2026-68820 เป็นปัญหา use-after-free หรือการใช้หน่วยความจำที่คืนไปแล้ว ใน Windows Ancillary Function Driver for WinSock ผู้โจมตีต้องล็อกอินและรันโปรแกรมบนเครื่อง ถ้าทำให้จังหวะทำงานซ้อนกันได้ตามเงื่อนไข race condition ก็อาจได้สิทธิ์ SYSTEM Microsoft จัดระดับ Important, CVSS 3.1 7.0 และยืนยัน Exploitation Detected หรือพบการใช้โจมตีจริง
CVE-2026-62832 เป็นปัญหา Windows User Profile Service ตรวจลิงก์ก่อนเปิดไฟล์ไม่ถูกต้อง ผู้โจมตีที่ล็อกอินและมีข้อมูลบัญชีท้องถิ่นอีกบัญชีอาจอ่านหรือแก้ข้อมูลผู้ใช้อื่นจนได้สิทธิ์ administrator ข้อมูลสองแหล่งไม่ครบเท่ากัน: CVRF ไม่มีคะแนนหรือรายการแพตช์ แต่ CVE record ของ Microsoft ให้ CVSS 3.1 7.8 และระบุช่วง build ที่ได้รับผลกระทบ ให้ใช้ระเบียนนี้ตรวจรุ่นประกอบ
CVE-2026-69414 เป็นช่องโหว่เพิ่มสิทธิ์ใน Microsoft Malware Protection Engine ของ Defender ระดับ Important, CVSS 3.1 7.8 มีชื่อเรียกว่า ShieldBreak เผยแพร่วันที่ 14 สิงหาคม 2026 และบันทึกการออกรุ่นแก้วันที่ 3 กันยายน 2026 ข้อมูลนี้เพิ่มหลังวันออกประกาศรายเดือน
Microsoft ระบุสองรายการหลังว่าเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว และมีสถานะ Exploited:No ทั้งคู่ยังไม่อยู่ใน KEV ฉบับ 4 พฤศจิกายน 2026 ส่วน CVE-2026-68820 เข้า KEV เมื่อ 11 สิงหาคม 2026 กำหนดแก้สำหรับหน่วยงาน FCEB คือ 25 สิงหาคม 2026
ใครโดนและรุ่นที่แก้
ตารางนี้แสดงแพตช์ปกติและ Monthly Rollup ของ CVE-2026-68820 รวม Server Core พร้อมรุ่นแก้ Defender โดยตัด 10.0. หน้า build ของ Windows ออก ผลิตภัณฑ์อื่นให้ตรวจรายการของตัวเอง
| ผลิตภัณฑ์ / รุ่นที่ได้รับผลกระทบ | แพตช์ / รุ่นที่แก้ |
|---|---|
| Windows 11 23H2 | KB5120240 — 22631.7517 |
| Windows 11 24H2 | KB5121003 — 26100.9168 |
| Windows 11 25H2 | KB5121003 — 26200.9168 |
| Windows 11 26H1 | KB5121000 — 28000.2704 |
| Windows 10 21H2 | KB5120249 — 19044.7663 |
| Windows 10 22H2 | KB5120249 — 19045.7663 |
| Windows 10 1809 / Windows Server 2019 | KB5120238 — 17763.9121 |
| Windows 10 1607 / Windows Server 2016 | KB5120418 — 14393.9418 |
| Windows Server 2022 | KB5120242 — 20348.5499 |
| Windows Server 2025 | KB5120233 — 26100.33296 |
| Windows Server 2012 | KB5120386 — 6.2.9200.26280 |
| Windows Server 2012 R2 | KB5120385 — 6.3.9600.23338 |
| Microsoft Malware Protection Engine — CVE-2026-69414 | รุ่นแก้แรก 1.1.26080.3 |
MSRC มี Hotpatch แยกสำหรับ Windows บางรุ่น ให้เลือกตามช่องทางอัปเดตที่ใช้ เพราะเลข build อาจต่างจากตาราง และตรวจสิทธิ์รับอัปเดตของ Windows รุ่นเก่าด้วย
ต้องทำอะไร
ตรวจผลิตภัณฑ์ รุ่น และสถาปัตยกรรมก่อน สำรองข้อมูลแล้วติดตั้งผ่านช่องทางอัปเดตที่ใช้อยู่ Windows 10/11 ใช้อัปเดตแบบสะสม หลังติดตั้งให้รีสตาร์ตตามข้อกำหนด ตรวจ build และทดสอบบริการ
บน Windows 10/11 ที่มี Settings ใช้ PowerShell เปิด Windows Update แล้วกดติดตั้งอัปเดต ส่วนคำสั่งที่สองใช้ดูรุ่น Defender Engine
Start-Process 'ms-settings:windowsupdate'
Get-MpComputerStatus | Select-Object AMEngineVersion
Defender อัปเดต Engine อัตโนมัติตามค่าปกติ แต่ควรตรวจว่าติดตั้งสำเร็จ Microsoft ระบุว่าการปิด Defender ทำให้โจมตี CVE-2026-69414 ไม่ได้ แม้เครื่องสแกนยังพบไฟล์บนดิสก์ ข้อนี้ไม่ทดแทนแพตช์ Windows ส่วน WinSock ไม่มี workaround ในข้อมูลที่ตรวจ ผู้ใช้ Windows Server 2022 และ 2025 ควรอ่าน Known Issues ในหน้า KB ก่อนติดตั้งด้วย
ส่วนตัวผมแนะนำให้เร่งแพตช์ Windows ที่ได้รับผลกระทบ เพราะ CVE-2026-68820 ถูกใช้โจมตีจริงแล้ว ที่มา: August 2026 Security Updates (https://msrc.microsoft.com/update-guide/releaseNote/2026-Aug) และ ข้อมูล CVRF จาก MSRC หาก Microsoft เพิ่มรายละเอียดรุ่นแก้หรือข้อควรระวัง เดี๋ยวกลับมาแก้เพิ่มให้ภายหลังครับ
อยากให้เราทำให้ไหม?
ให้เราช่วยติดตั้ง ตั้งค่า ย้ายระบบ หรือแก้ปัญหาเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้คุณมีเวลาไปทำงานที่สำคัญกว่า
เคยเจองานแบบนี้ไหม? ติดตรงไหน?
มาแลกวิธีกันต่อในบอร์ด LinuxThai



ความคิดเห็น 0
ยังไม่มีความคิดเห็น — เป็นคนแรกเลย