#MariaDB

Build APM บน Windows: สารบัญ ทำ Apache + PHP 8.4 + MariaDB เอง
ซีรีส์ 7 ตอนพาคอมไพล์ Apache 2.4.69, PHP 8.4.27 และ MariaDB 11.8.9 บน Windows 11 จาก source เอง ให้เวลาที่ PHP ออกแพตช์ความปลอดภัย แก้เลขเวอร์ชันในไฟล์เดียวแล้ว build ใหม่ได้ภายในวัน หน้านี้คือสารบัญ ภาพรวม เวลา ดิสก์ และทางลัดสามคำสั่ง

Build APM บน Windows ตอนที่ 7: Deploy รัน และอัปเดต security patch
ตอนจบของซีรีส์ build Apache + PHP + MariaDB บน Windows ติดตั้งลง C:\APM สตาร์ตครั้งแรกและทดสอบ เปิดให้เครื่องใน LAN เข้าแบบปลอดภัย เล่าบั๊กจริงหกตัว (PidFile, plugin MariaDB, พอร์ต DB, ASLR 500, พาธมีช่องว่างและวงเล็บ) และขั้นตอนอัปเดตเวลามี security release ใหม่

Build APM บน Windows ตอนที่ 4: คอมไพล์ MariaDB 11.8 LTS เอง
ตอนที่ 4 ของซีรีส์ Build APM บน Windows พาคอมไพล์ MariaDB 11.8.9 จาก source ด้วย CMake และ Ninja ทีละขั้น ตั้งแต่เตรียมเครื่องมือ รันสคริปต์ ทดสอบบนพอร์ต 3399 ไปจนถึงเหตุผลที่ต้องล็อก collation เป็น utf8mb4_unicode_ci

Build APM บน Windows ตอนที่ 1: เตรียมเครื่องมือและแตก build kit
ตอนแรกของซีรีส์ build Apache + PHP 8.4 + MariaDB เองบน Windows ติดตั้ง Visual Studio 2022 Build Tools พร้อม component ที่จำเป็น Git CMake Ninja PowerShell 7 ตั้ง Defender แตก build kit ลง C:\apm-build แล้วไล่ดูโฟลเดอร์ versions.json และสคริปต์ lib.ps1 กับ build-all.ps1 ทีละบรรทัด

อ่านจากฐานสำรอง ต้องมีป้ายบอกว่าข้อมูลเก่ากี่นาที
replication บอกว่าตามหลัง 0 วินาทีได้ทั้งที่ข้อมูลค้างอยู่เมื่อวาน เพราะสองสัญญาณนี้วัดคนละเรื่องกัน — วิธีตั้งตัวเฝ้าที่เทียบทั้ง Seconds_Behind_Master และความสดของข้อมูลธุรกิจ พร้อมจับคนที่แอบเขียนลง slave และตัวเฝ้าที่เฝ้าตัวเฝ้าอีกชั้น

แอปเป็น UTC คนคิดเป็นเวลาไทย — เพี้ยน 7 ชั่วโมงแบบไม่มี error
ตั้งเวลาเผยแพร่ไว้บ่ายสาม ของขึ้นจริงสี่ทุ่ม ไม่มี error ไม่มี log อะไรผิด เพราะแอปเก็บเป็น UTC แต่คนกรอกคิดเป็นเวลาไทย บทความนี้ไล่ตั้งแต่ค่าที่ตั้งใน env แล้วไม่มีผล ไปจนถึงบรรทัดเดียวที่เขียนหน้าปัดไทยลงคอลัมน์ที่ทุกคนอ่านเป็น UTC

time-series เป็น JSON โตวันละ 50 MB ย้ายลงคอลัมน์โดยไม่แก้ dashboard
เก็บค่าที่อ่านจากอุปกรณ์ทั้งเฟรมเป็น JSON array วินาทีละแถว ผ่านไปสองสัปดาห์ตารางโต 183 MB ที่ปลายทางและ 625 MB บนเซิร์ฟเวอร์ พร้อมกับ JSON_EXTRACT ที่ทำ index ไม่ได้ — วิธีย้ายไปเก็บเป็นคอลัมน์ int แล้วให้ API ประกอบ array คืนแบบ sparse เพื่อไม่ให้ dashboard รู้ตัวสักบรรทัด

งานที่ยิงออกนอกระบบ ต้องจองสถานะก่อนยิงเสมอ
guard แบบ "อ่านสถานะแล้วค่อยยิง" ดูปลอดภัยจนถึงวันที่ worker โดนฆ่าหลังยิงแต่ก่อนเขียนฐานข้อมูล แล้ว retry ก็ยิงซ้ำให้ลูกค้าเห็นของสองรอบ บทความนี้คือชุดกันซ้ำทั้งชุดที่ผมใช้ ตั้งแต่การจองแบบ atomic ไปจนถึง retry_after กับ failed() ที่ห้ามทับสถานะที่สำเร็จแล้ว

โค้ดชุดเดียวสองบทบาท เว็บอยู่โฮสต์ worker อยู่เครื่องที่บ้าน
ระบบทั้งตัวเคยวิ่งอยู่บนเครื่องเดียวหลังเน็ตบ้าน เครื่องดับทีเดียวทีมใช้อะไรไม่ได้เลย ผมเลยแยกเป็นสองบทบาทด้วยโค้ดชุดเดิม — เว็บอยู่โฮสต์ที่เปิดตลอด งานหนักอยู่เครื่องที่บ้านแล้ววิ่งมาดึงงานเอง พร้อมตาราง claim แบบ atomic และแผนสลับ 18 ขั้นที่มีทางถอย

audit ระบบ prod ที่มีข้อมูลลูกค้าจริง โดยไม่ทิ้งขยะสักแถว
เจ้าของระบบสั่งให้ทดสอบทั้งระบบบนเครื่องจริงที่มีข้อมูลลูกค้าอยู่ แล้วห้ามเหลือแถวขยะไว้แม้แถวเดียว วิธีที่ผมใช้คือ bootstrap Laravel เองแล้วเรียก controller ตรง ๆ ใน transaction ที่ rollback ทิ้ง พร้อมนับ COUNT ทุกตารางก่อนและหลังเป็นหลักฐาน

คิวงาน Laravel บน shared host — อย่าเอาคิวไว้ Redis ตัวเดียวกับ cache
จะเปิด queue ให้ Laravel บน shared host แล้วคิดจะแยก REDIS_DB ให้คิวอยู่คนละเบอร์กับ cache — ไม่ช่วยครับ เพราะ maxmemory กับ eviction เป็นของทั้ง instance ไม่ใช่ของราย DB บทความนี้เล่าเหตุผลที่ผมเลือก database driver แทน พร้อม systemd unit เต็ม ๆ ที่ใช้แทน Supervisor

MariaDB ที่ยังใช้ค่า default — buffer pool 128M บนเครื่อง RAM 55 GB
เครื่อง 16 core RAM 55 GB SSD แต่ MariaDB ยังใช้ buffer pool 128 MB ตามค่าติดตั้ง ผลคืออ่านดิสก์ไป 50 ล้านครั้งใน 5 วัน ค่าก่อนหลังทั้งชุด กับดักชื่อ service กับ path config บน DirectAdmin/Debian วิธี rollback และ MyISAM อีก 500 ตารางที่รอแปลง

charset ไม่ตรง ทำ index ตายเงียบ ตอน JOIN ข้ามฐาน — mirror utf8mb4
ฐานเก่าเป็น tis620 ฐานใหม่เป็น utf8mb4 พอ JOIN ข้าม database ปุ๊บ index ทุกตัวกลายเป็นของประดับทันทีโดยไม่มี error สักบรรทัด — วิธีพิสูจน์ด้วย EXPLAIN และวิธีทำ mirror แปลง tis620 เป็น utf8mb4 ตอน dump พร้อมกับดัก sed ที่ทำตารางพังเงียบ ๆ

query เดียวค้าง 54 นาที ทำเว็บล่ม 504 ทั้งเว็บ เพราะ MyISAM lock
ตารางเดียวขนาด 30 MB ทำให้เว็บทั้งระบบขึ้น 504 ทุกหน้า ทั้งที่ RAM ยังว่าง 9.5 GB — ไล่จาก information_schema.PROCESSLIST จนเจอ SELECT ตัวเดียวที่ค้าง 54 นาทีบนตาราง MyISAM แล้วลามเป็น metadata lock ทั้งเซิร์ฟเวอร์ พร้อมวิธีแก้เฉพาะหน้าและวิธีกันไม่ให้เกิดซ้ำ

ย้ายบอร์ด vBulletin 4.2.5 ไป Flarum: บทเรียนจากสองแสนโพสต์
ย้ายฟอรัมเก่า vBulletin 4.2.5 ที่มีสมาชิกเจ็ดพันกว่า กระทู้สองหมื่นกว่า และโพสต์สองแสนกว่า ไปอยู่บน Flarum — บันทึกกับดักที่เสียเวลาจริง ตั้งแต่ guest userid 0 ที่ทำ FK พังทั้งชุด, md5 ซ้อน md5 ของรหัสผ่านเก่า, การแปลง BBCode เป็น s9e XML, attachment ที่อยู่บนดิสก์ไม่ใช่ใน DB ไปจนถึงเหตุผลที่ต้อง scp สคริปต์แทน heredoc

กู้ MariaDB ที่ InnoDB redo-log เสียด้วย force_recovery แล้ว reinit
MariaDB สตาร์ทไม่ขึ้นหลังเครื่องดับไม่สะอาด — InnoDB redo log เสีย ลาก system table mysql.global_priv พังตาม นี่คือลำดับกู้จริง เริ่มจาก innodb_force_recovery ให้พออ่านได้ แล้ว dump ทีละ db ก่อน reinit ระบบใหม่ทั้งก้อน พร้อมกฎว่าอย่าดันเลข force_recovery เกินจำเป็น

นำเข้า/ย้ายข้อมูลไทยให้ไม่พัง: กับดัก VARCHAR, idempotency, สระ OCR
บทเรียนจริงจากงานนำเข้า/ย้ายข้อมูลไทยหลายแสนแถว — VARCHAR สั้นไปตัด synthetic key จนชนกันเงียบๆ, idempotency ที่ต้อง DELETE ก่อน INSERT ไม่งั้นยอดพุ่ง 200%, collation ที่มอง su001 กับ SU001 เท่ากันแต่เก็บทั้งคู่, และสระไทยเพี้ยนจาก OCR ที่ต้องมี normalization map ก่อน insert

แอปเก่าพังหลังย้ายเซิร์ฟเวอร์ — error 1364/1366 กับ MariaDB strict mode
ย้ายเว็บจากเซิร์ฟเวอร์เก่ามาเครื่องใหม่แล้วฟอร์มสมัครสมาชิกพังทั้งที่โค้ดไม่เปลี่ยน — ต้นเหตุคือ STRICT_TRANS_TABLES ใน sql_mode ของ MariaDB รุ่นใหม่ พร้อมวิธีแก้ 3 ระดับ ตั้งแต่ conf.d จนถึง SET SESSION รายแอป

ทำ Redis แบบ per-user บน DirectAdmin โดยไม่ต้องซื้อ pro_pack
วิธีติดตั้ง Redis object cache แยกต่อ user บน DirectAdmin shared hosting ด้วย systemd template + unix socket + cgroup limit โดยเขียน provisioning script เองแทน DA panel ที่ต้องใช้ pro_pack license พร้อมสูตรเชื่อม WordPress, Flarum และ Laravel

ย้าย DA ตอนที่ 3 — ลง DirectAdmin + CustomBuild บน Debian 12
ลง DirectAdmin ผ่าน setup.sh แล้วประกอบ stack ทั้ง PHP หลายเวอร์ชัน MariaDB ModSecurity และ rspamd ด้วย CustomBuild บน staging VM ที่อยู่หลัง NAT พร้อมกับดักที่ผมเจอมาแล้วจริง